รายงานการจัดการความรู้

KM กลุ่มงานยุทธศาสตร์

     KM กลุ่มงานอำนวยการ

ปกKM กลุ่มวิจัย

ปกKM กลุ่มวิชาการ

ปกKM กลุ่มกิจการ

ปกKM กลุ่มบริการ1

การจัดการความรู้ ปีการศึกษา 2559

กระบวนการจัดการความรู้ ประจำปีการศึกษา 2559

KMprocess

 

 

จากการประชุมคณะกรรมการจัดการความรู้  มีมติว่าปีการศึกษา 2559  จะดำเนินการจัดการความรู้ในประเด็นการใช้ปัญหาเป็นฐาน (PBL) ในการพัฒนางาน  โดยมีเป้าหมายของการดำเนินการจัดการความรู้ จำนวน  6 เรื่อง ในทุกกลุ่มงานตามโครงสร้างการบริหารงาน คือ  1) กลุ่มงานอำนวยการ  2) กลุ่มงานวิชาการ  3) กลุ่มงานบริการ  4) กลุ่มงานวิจัย  5) กลุ่มงานกิจการนักศึกษา และ 6) กลุ่มงานยุทธศาสตร์และประกันคุณภาพการศึกษา

รายงานการรวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลงานวิจัยของ คณาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2553

รายงานการรวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลงานวิจัยของ
คณาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี
ปีการศึกษา 2553
โดย
คณะกรรมการสังเคราะห์งานวิจัยและงานสร้างสรรค์
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี
สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง

รายงานการรวบรวม วิเคราะห์ สังเคราะห์ผลงานวิจัยของคณาจารย์วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานีปีการศึกษา 2553โดยคณะกรรมการสังเคราะห์งานวิจัยและงานสร้างสรรค์

วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี

สถาบันพระบรมราชชนก สำนักงานปลัดกระทรวง

กระทรวงสาธารณสุข

แนวปฏิบัติการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย Routine to Research

แนวปฏิบัติการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย Routine to Research

R2R ชื่อเต็ม คือ “Routine to Research” R2R คือ“การพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย” ผลลัพธ์ของ R2R คือการพัฒนางานประจำที่ทำทุกวัน ให้เป็นผลงานวิจัย เปลี่ยนปัญหาหน้างาน ให้เป็นผลงานวิจัย
ดังนั้น R2R จึงเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคน เพื่อพัฒนางานขับเคลื่อนองค์กร สู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)

องค์ประกอบที่สำคัญของ R2R
1. โจทย์วิจัย R2R : ต้องมาจากปัญหาหน้างาน มาจากงานประจำที่ทำกันอยู่และต้องการพัฒนาให้ดีขึ้น
2. ผู้วิจัย : ต้องเป็นผู้ทำงานประจำนั้นเอง และต้องทำหน้าที่ หลักในการวิจัยด้วย
3. ผลลัพธ์ของงานวิจัย : ต้อง วัดผลได้จากตัวผู้รับบริการจากเรา หรือผู้ป่วยโดยตรง เช่น ด้านการทำงานบริการ จะช่วยลดขั้นตอนการทำงาน, การบริการดีขึ้น, แก้ปัญหาภาระงานที่ทำอยู่ได้ ส่วนด้านการดูแลผู้ป่วย ผลการรักษาจะดีขึ้น, ภาวะแทรกซ้อนหรือระยะเวลาในการพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลลดลง เป็นต้น
4. การนำผลการวิจัยไปใช้ : สามารถนำไปปรับปรุงการทำงานและการบริการให้ดีขึ้นในบริบทของแต่ละองค์กร Continue Reading »แนวปฏิบัติการพัฒนางานประจำสู่งานวิจัย Routine to Research

แนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem based learning)

การเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก เป็นการเรียนที่เริ่มต้นจากผู้สอนเสนอปัญหาที่แปลกใหม่ ท้าทาย และสอดคล้องกับสถานการณ์จริง เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความต้องการแสวงหาความรู้และนำความรู้จากประสบการณ์เดิมมาสร้างองค์ความรู้เพื่อใช้ในการแก้ปัญหา โดยเน้นให้ผู้เรียนรู้จักทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อฝึกให้รู้จักคิดวิเคราะห์และพัฒนาทักษะการแก้ปัญหา รู้จักตัดสินใจ และสามารถนำเสนอผลงานได้ ส่งเสริมผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตลอดชีวิต ผู้สอนเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก และคอยชี้แนะ
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบใช้ปัญหาเป็นหลักเพื่อตอบสนองกลยุทธ์ของวิทยาลัย “ยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษาการพยาบาลของวิทยาลัย ให้เป็นแนวปฏิบัติที่ดีในด้านการเรียนการสอนแนวใหม่ และ ความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน” โดยได้มีการจัดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem based learning) กับอาจารย์ในวิทยาลัยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี และบุคคลภายนอกที่มีความเชี่ยวชาญและได้ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคณาจารย์ในเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและสาธารณสุขภาคใต้ (SC-Net) โดยลักษณะการแลกเปลี่ยนเรียนรู้พอที่จะสรุปเป็นประเด็นหลัก ๆ ดังนี้ Continue Reading »แนวปฏิบัติการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นหลัก (Problem based learning)

การสังเคราะห์งานวิจัยเกียวกับการพัฒนากําลังคนด้านสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๖

รายชื่อผู้สังเคราะห์งานวิจัย
๑. นางอติญาณ์ ศรเกษตริน รองผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยและบริการวิชาการ
๒. นางรุ่งนภา จันทรา หัวหน้างานวิจัย ผลงานวิชาการ ฯ
๓. นางสุทธานันท์ กัลกะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ (ด้านการสอน)

ความเป็นมาของการสังเคราะห์งานวิจัย
ผลงานวิจัยถือว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญของการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และความสามารถของคนไทยเพราะผลงานวิจัยจะทำให้ประเทศเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ ก่อให้เกิดวัฒนธรรมการเรียนรู้ อย่างไรก็ตามการ
นำผลงานวิจัยไปใช้ในการพัฒนาควรมีการสังเคราะห์การรายงานการวิจัยเนื่องจากผลงานวิจัยในประเด็นเดียวกันอาจให้ผลการวิจัยที่แตกต่างกัน ซึ่งเป็นการยากที่จะสรุปองค์ความรู้ที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ฝ่ายวิจัยฯ เห็นว่า การสังเคราะห์งานวิจัยเป็นกระบวนการที่นักวิจัยให้การยอมรับในปัจจุบัน เนื่องจากการสังเคราะห์งานวิจัยเป็นกระบวนการที่นำไปสู่การสร้างข้อสรุปรวมเกี่ยวกับผลการวิจัย ดังนั้น เพื่อให้ได้ข้อสรุปที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ฝ่ายวิจัยจึงได้รวบรวม วิเคราะห์ และสังเคราะห์งานวิจัยที่แล้วเสร็จในปีการศึกษา ๒๕๕๖ ขึ้น ทั้งนี้เพื่อนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องต่อไป Continue Reading »การสังเคราะห์งานวิจัยเกียวกับการพัฒนากําลังคนด้านสาธารณสุข วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา ๒๕๕๖

แนวทางการเขียนผลงานวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ

องค์ประกอบการเขียนผลงานวิชาการที่ดีเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ ควรประกอบด้วย
๑.    ชื่อเรื่อง

  • มีความกระชับ ชัดเจน สอดคล้องกับวัตถุประสงค์
  • ควรดึงดูดความสนใจ
  • สะท้อนเนื้อหาว่าจะกล่าวถึงอะไร

Continue Reading »แนวทางการเขียนผลงานวิชาการเพื่อตีพิมพ์ในวารสารระดับชาติ

การวิจัยในชั้นเรียน

การวิจัยในชั้นเรียนเป็นการวิจัยโดยผู้สอนในห้องเรียนที่ทำกับผู้เรียนเพื่อแก้ปัญหา หรือพัฒนาการเรียนการสอนใน
วิชาที่ผู้สอนรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์และมีคุณลักษณะที่ดี      วัตถุประสงค์การจัดการความรู้เพื่อ

๑) เพื่อแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียนและสังเคราะห์เกี่ยวกับการวิจัยในชั้นเรียน

๒) เพื่อเผยแพร่องค์ความรู้เกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน และ

๓) เพื่อจัดทำแนวปฏิบัติที่ดีเกี่ยวกับการทำวิจัยในชั้นเรียน  Continue Reading »การวิจัยในชั้นเรียน

การพัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางจิต

จากการวิเคราะห์ผลการสอบรายวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช ระหว่างปีการศึกษา ๒๕๕๒-๒๕๕๔ พบว่าลดลงตามลำดับและเมื่อพิจาณาผลการสอบสภาการพยาบาลรายวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวชในระดับประเทศพบว่าผลสอบอยู่ในระดับปานกลาง (สภาการพยาบาล, ๒๕๕๓) จากผลการสอบดังกล่าวทำให้ผู้รับผิดชอบรายวิชาและผู้สอนจึงร่วมกันหาแนวทางการเพื่อพัฒนาจัดการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางจิต Continue Reading »การพัฒนาการเรียนการสอนรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลบุคคลที่มีปัญหาทางจิต

การจัดการกับการรับรู้ทางลบของสังคมของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน

โรคทางจิตเภทในปัจจุบันยังถือว่าโรคที่สังคมไม่ยอมรับส่งผลให้ผู้ป่วยมีการรับรู้ต่อตนเองในด้านลบ เช่น ตราบาป ความรู้สึกด้อยค่า ความรู้สึกว่าตนเองไร้สมรรถภาพ หรือปกปิดการเจ็บป่วยเนื่องจากเกรงว่าจะมีผลต่อการคงไว้ซึ่งอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับรู้ทางลบหรือตราบาป (Stigma) เปรียบเสมือนแผลบนใบหน้าที่ไม่สามารถลบเลือนได้ ทำให้คนทั่วไปไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับผู้ป่วย มองผู้ป่วยในแง่ลบ จึงมีผลกระทบอย่างมาต่อการดำรงชีวิตของผู้ป่วย สิ่งเหล่านี้ยิ่งทำให้ผู้ป่วยมีอาการที่รุนแรงขึ้น ดังนั้น การจัดการกับการรับรู้ทางลบของสังคมของผู้ป่วยจิตเภททำให้ผู้ป่วยมีจิตใจเข้มแข็ง และมีความสุขกับการที่มีชีวิตเหมือนบุคคลอื่นทั่วไป Continue Reading »การจัดการกับการรับรู้ทางลบของสังคมของผู้ป่วยจิตเภทในชุมชน

php script encode decode php script encode decode